วิธีการติดตั้ง

ข้อมูลสำคัญ: กรุณาอ่านข้อมูลนี้ก่อนทำการติดตั้ง

  • การขนส่งแผ่นไม้ ควรวางแผ่นไม้ในแนวนอน การเก็บแผ่นไม้ ควรวางนอนภายในกล่องที่ปิดเรียบร้อย เก็บไว้ในพื้นที่ที่แห้ง

  • นำแผ่นไม้มาปรับตัวให้เข้ากับอากาศ (ในหีบห่อที่ปิด) ก่อนติดตั้ง 48 ชั่วโมง

  • ตรวจสอบแผ่นไม้ก่อนการปูฟื้น หากติดตั้งแล้ว ไม่รับคำร้องเรียนเกี่ยวกับวัสดุ แผ่นไม้ที่แกะออกแล้วไม่ได้ใช้งาน ควรเก็บไว้ในกล่องเดิมโดย seal เทปปิดไว้

  • ควรปูแผ่นไม้แบบระบบพื้นลอย และไม่ควรปูติดแน่นไม่ว่าวิธีใดก็ตาม กับแผ่นรองพื้นด้านล่างหรือกับโครงสร้างแนวดิ่ง ในระหว่างที่ติดตั้ง ต้องมั่นใจว่าได้มีการเว้นช่องว่างริมขอบกำแพงและโครงสร้างแนวดิ่งใดๆ ก็ตาม อย่างน้อย 10 มม (3/8 นิ้ว) ระยะช่องว่างนี้ จะถูกปิดทับด้วยบัวเชิงผนัง(บัวปิดขอบมุมห้อง) และโพรไฟล์รอยต่อเผื่อการขยายตัว (Expansion Profile) หลังจากติดตั้งเสร็จแล้ว

  • ควรใช้โพรไฟล์รอยต่อเผื่อการขยายตัวที่เหมาะสม ที่ธรณีประตู/ทางเข้า และกรณีที่ความยาวและความกว้างของพื้นเกินกว่า 12 เมตร และ 7 เมตร ตามลำดับ

  • แนะนำให้ใช้แผนรองขาเฟอร์นิเจอร์เพื่อป้องกันการขูดขีดที่ไม่ได้ตั้งใจซึ่งอาจเกิดได้


ขั้นตอนที่ 1
เครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้
   

ขั้นตอนที่ 2.1


ขั้นตอนที่ 2.2
ขั้นตอนที่ 2
แผ่นรองพื้นด้านล่าง ควรแห้ง (ค่า RH สูงสุด 60% ที่ 18 องศาC แบนราบ,เรียบ (สูงสุด 3มม/ม) และทำความสะอาดก่อนจะทำการติดตั้งพื้น
   
ขั้นตอนที่ 3
เพื่อให้ได้พื้นที่ดูสวยงามยิ่งกว่า ควรวางแผ่นไม้ในแนวที่แสงตกกระทบตามความยาวของแผ่นไม้ หรือติดตั้งง่ายๆ โดยการปูพื้นตามทิศทางแนวยาวของห้อง
   
ขั้นตอนที่ 4
อันดับแรก ควรติดแผ่นโพลีธีน ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวปกป้องความชื้น สัก 40 มม. (1.58 นิ้ว) ไว้เชิงริมขอบกำแพงโดยรอบ รอยต่อของแผ่นควรให้เหลื่อมกันอย่างน้อย 200 มม (7.87 นิ้ว) ยึดติดด้วยเทปกาว วางแผ่นปูรองใต้พื้นที่เหมาะสมบนโพลีทีน ยึดติดด้วยเทปอีกครั้ง
   
ขั้นตอนที่ 5
มีข้อแนะนำว่าให้คุณเริ่มปูพื้นจากมุมด้านซ้ายมือ โดยลิ้นของแผ่นหันไปทางฝาผนัง ต้องแน่ใจเสมอว่าคุณได้เว้นระยะช่องว่างเผื่อการขยายตัวไว้อย่างน้อย 10 มม (3/8 นิว้) ระหว่างแผ่นไม้และผนัง (หรือโครงสร้างแนวดิ่งใดๆ ก็ตาม) โดยการใช้ลิ่ม เป็นตัวกำหนดระยะห่าง (Wooden Spacer) หรือ ตัดจากแผ่นไม้ที่เหลืออยู่ ถ้าผนังไม่ตรง ให้ตัดแผ่นไม้ตามแนวและสภาพของผนัง
   
ขั้นตอนที่ 6
วางแผ่นที่สองลงไป เชื่อมด้านกว้างของแผ่นที่สองกับด้านกว้างของแผ่นแรก ดันให้ติดกันแน่นและยึดติดรอยต่อโดยการดันแผ่นไม้ลงราบกับพื้นชั้นล่าง หากรอยต่อไม่แน่น ใช้ฆ้อนและ Tapping Block เคาะเบาๆ ที่ปลายอีกด้านหนึ่งของไม้แผ่นที่สอง ถ้าจำเป็น ตรวจดูให้แน่ใจว่า การจัดแนวแผ่นไม้ตรงดีแล้ว
   

ขั้นตอนที่ 7.1


ขั้นตอนที่ 7.2


ขั้นตอนที่ 7.3
ขั้นตอนที่ 7
ทำวิธีนี้ซ้ำไปจนเสร็จแถวแรก ให้ทำเครื่องหมายที่ปลายสุดของแถวแรก และตัดแผ่นไม้สุดท้ายเพื่อให้พอดีกับพื้นที่ที่เหลือ ถ้าใช้เลื่อยมือชนิดฟันละเอียด ตัดแผ่นไม้ให้วางหงายด้านลายไม้ขึ้น และถ้าใช้เลื่อยจิ๊กซอว์ ให้วางคว่ำด้านลายไม้ลง
   
ขั้นตอนที่ 8
ปูแผ่นไม้ชิ้นสุดท้ายให้พอดีโดยใช้เครื่องมืออัดแรง (Tensioning) หรือ heel iron
   
ขั้นตอนที่ 9
เริ่มแถวที่ 2 ใช้ส่วนที่เหลือของแผ่นสุดท้ายจากแถวแรก ถ้าจะให้ดี ควรจะยาวกว่า 300 มม (11.81 นิ้ว) ถ้าไม่มี ก็ให้เลื่อยตัดครึ่งแผ่นใหม่เพื่อเริ่มแถวที่ 2 ต้องแน่ใจว่าสุดรอยต่อมีระยะช่องว่างอย่างน้อย 300 มม แยกจากแถวถัดไป
   

ขั้นตอนที่ 10.1


ขั้นตอนที่ 10.2
ขั้นตอนที่ 10
ติดตั้งแผ่นไม้แผ่นแรกของแถวที่ 2 เอียงเล็กน้อยด้วยการสอดลิ้นไม้เข้าไปในร่องของแผ่นไม้ในแถวแรก หลังจากนั้นกดลงให้ราบอย่างแน่นหนา เพื่อว่าลิ้นไม้และร่องจะได้เชื่อมต่อกัน ควรล็อครอยต่อให้แน่น ถ้าไม่แน่น ให้ถอดแผ่นไม้ออก และทำซ้ำใหม่ และเคาะง่ายๆให้แผ่นไม้แน่นด้วย heel iron (หรือ Tapping Block) และฆ้อน เริ่มเคาะจากปลายด้านหนึ่งไปยังด้านอื่นๆ ตามแนวยาว
   
ขั้นตอนที่ 11
วางตำแหน่งด้านกว้างของแผ่นต่อไปติดกับด้านกว้างของแผ่นแรก สอดลิ้นไม้บนแนวยาว เข้าไปในร่องแผ่นไม้ของแถวแรก ยืนบนแผ่นไม้ของแถวแรก ดึงแผ่นไม้นี้เข้ามาหาตัว และดันให้ราบลงอย่างแน่นหนา เพื่อว่าลิ้นจะเชื่อมต่อกับร่องของแผ่นไม้แผ่นแรก
   
ขั้นตอนที่ 12
สำหรับขั้นตอนที่ 10 และ 11 มีอีกวิธีหนึ่งให้เลือก คือ วางแผ่นไม้แผ่นใหม่เข้าไปในร่องของแผ่นไม้ในแถวแรก ให้เกือบจะเชื่อมต่อกัน หลังจากนั้น ใช้ Tapping Block และฆ้อนเคาะ ติดแผ่นไม้ใหม่เข้าไปโดยเคาะสองสามจุดตามแนวยาว ขณะเดียวกันดันแผ่นไม้กดลงให้แน่น (ตามที่แสดงในแผนภาพ)
   
ขั้นตอนที่ 13
จากนั้นใช้ฆ้อนและ Tapping Block เคาะเบาๆ ที่ปลายด้านอื่นของแผ่นไม้ให้ด้านกว้างแน่นขึ้น ปฏิบัติตามคำแนะนำการปูพื้นที่อธิบายไว้ก่อนหน้านี้ ทำแถวที่ 2 จนเสร็จ สำหรับแผ่นไม้แผ่นต่อไป / แถวถัดไป ให้ทำซ้ำขั้นตอนเดิมเหล่านี้ได้
   
ขั้นตอนที่ 14
การปูพื้นแถวสุดท้าย ให้จัดเรียงแผ่นไม้สำหรับแถวสุดท้ายที่ด้านบนของแถวสองรองสุดท้าย ใช้แผ่นไม้อีกอันหนึ่งที่อยู่ด้านบน ดันให้ปะทะกับลิ่ม (Wood Spacer) ตามผนัง และวาดขอบตามที่แสดงในภาพ แล้วตัดตามรอยวาด
   
ขั้นตอนที่ 15
แผ่นไม้สำหรับแถวสุดท้ายสามารถติดตั้งด้วยเครื่องมือดึงให้ตึง หรือ Heel Iron
   
ขั้นตอนที่ 16
สุดท้าย เอาลิ่ม (Wooden Spacer) ที่อยู่บนผนังทั้งหมดออก ติดบัวเชิงผนัง / Baseboard ที่ผนังด้วย (1) ตะปู หรือ (2) อุปกรณ์ปะติดที่เหมาะสม (Fastening channel) ถ้ามี อย่าลืมว่าบัวเชิงผนังควรใช้กับกำแพงหรือผนัง และไม่นำมาติดกับแผ่นพื้นไม้ลามิเนตไม่ว่ากรณีใดๆ


ข้อควรสังเกตเพิ่มเติม:
  • แผ่นรองพื้นด้านล่าง:
    พื้นไม้ลามิเนตนี้ สามารถติดตั้งบนพื้นดังต่อไปนี้:
    ไม้ กระเบื้อง และเซรามิค หิน ไลโนเลี่ยม/พีวีซี และพื้นชนิดแข็งประเภทอื่นๆ แนะนำว่าควรนำพรมออกก่อนการติดตั้งพื้นไม้ลามิเนต

  • การทำความร้อนใต้พื้น:
    พื้นไม้ลามิเนตนี้สามารถปูบนพื้นที่มีระบบทำความร้อนข้างใต้ได้ อย่างไรก็ตาม เป็นไปได้ว่าอาจเกิดช่องว่างเล็กน้อยระหว่างแผ่นไม้เมื่อมีการทำความร้อน หรือเนื่องจากสภาพอากาศ หรืออุณหภูมิ ซึ่งมิใช่สาเหตุจากข้อผิดพลาดของผลิตภัณฑ์

  • การทำพื้นที่ว่างสำหรับเปิดประตู:
    ตรวจสอบความหนาของแผ่นไม้อยู่เสมอ ด้วยสิ่งที่รองอยู่ข้างใต้ เพื่อให้มั่นใจว่ามีพื้นที่ว่างมากพอสำหรับประตูที่จะเปิด ถ้าไม่มี จำเป็นจะต้องปรับแก้ไขเพื่อให้มั่นใจว่าประตูสามารถเปิดได้ง่ายหลังจากติดตั้งพื้นแล้ว

  • การทำความสะอาด:
    ไม่เทน้ำลงบนพื้นโดยตรงในระหว่างการทำความสะอาด ผิวหน้าของพื้นไม้ออกแบบมาเพื่อให้ดูแลรักษาง่าย และการทำความอะอาดสามารถทำได้ง่ายด้วยการใช้ม็อบหมาดเพียงเล็กน้อย หรือเครื่องดูดฝุ่น พื้นไม้ลามิเนตไม่เกิดคราบสกปรกได้ง่าย และคราบสกปรกเกือบทุกชนิดสามารถเอาออกได้ด้วยสารทำความสะอาดภายในบ้านที่เหมาะสม แนะนำว่าให้ใช้เสื่อที่ใช้กันประตูที่ตรงทางเข้าเพื่อป้องกันพื้นและรักษาความสะอาด

  • แผนภาพ การติดตั้งพื้น:
    โปรดทราบว่า แผนภาพ เหล่านี้ ใช้เพื่อการอ้างอิงเท่านั้น พื้น เครื่องมือ และอุปกรณ์อื่นๆ ไม่ได้แสดงตามสัดส่วนจริง

  • ช่องว่าง:
    เนื่องจากไม้เป็นวัสดุธรรมชาติ ที่อาจมีการยืดหดตัวได้เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลและภูมิกาศ หรือเนื่องจากการใช้เครื่องปรับอากาศ หรือความร้อนใต้พื้น(ไม่แนะนำให้ใช้ระบบไฟฟ้า) หรือการได้รับน้ำมากเกินไป

แบบฟอร์มสอบถามข้อมูล



อีเมล์
โทรศัพท์/มือถือ
ประเทศ
ข้อความ
รหัสรักษาความปลอดภัย